gift's profile~Watashi no Nikki~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
September 14 ทำทีซิสไป....บ่นไป....ตอนนี้นั่งถอดเทปอยู่ค่ะ แน่นอนค่ะว่าเป็นเทปสัมภาษณ์ภาษาญี่ปุ่น และแน่นอนว่าต้องฟังเสียงภาษาญี่ปุ่นแปร่งๆ ของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง และมันยังไม่เสร็จ.... ทำไปได้ยังไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์เลย สัมภาษณ์ไปสิบเอ็ดคน ถอดได้แค่คนเดียว (หนึ่งคนสองชั่วโมง) ใกล้สิ้นชีพแล้วค่า เสียงภาษาญี่ปุ่นของตัวเองแย่มาก.... สำเนียงแย่โคตะระ.....ทำไมต้องขึ้นเสียงสูงบ่อยขนาดนั้น ทำไมถามคำถามอะไรโง่ๆ ทำไมอันนี้ควรจะถามไม่ถาม โอ้ยยยยย โกรธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธ โกรธตัวเองเพคะ เทปแรกแย่สุด แต่เทปที่สองเหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ยังแย่เหมือนเดิมมมมม เทปหลังๆ จะเป็นอย่างไรบ้างหนอ July 23 กำลังจะกลับบ้าน (แต่กลับไปทำงานแค่เก้าวัน)กำลังจะกลับบ้านไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์ทำวิจัยที่เมืองไทยเป็นเวลาเก้าวันค่า.... อยู่กทม.ตลอดแต่คงต้องตามอาจารย์ ไม่มีเวลาไปไหน... เพื่อนๆ ขา มาเจอที่บ้านกันหน่อยไหม.... รักนะ October 12 อัพหน่อยนึง เดี๋ยวคนจะหาว่าหายไปไหนอัพหน่อยจริงๆ คะ ตอนนี้งานเยอะมาก เปิดเทอมแล้วค่า.....
เรียนหนักเหมือนเดิม ความทุกข์ในเรื่องการวิจัยที่ยังไม่คืบหน้าก็ยังเหมือนเดิม
สับสนในอนาคตเหมือนเดิม
แต่ที่ต่างจากเดิมก็คือ เงินในกระเป๋าทำไมมันเหลือน้อยกว่าเดิม
ไว้คุยกันนะคะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ September 14 วันนี้ไปรับเสด็จฯมาคะวันนี้จริงๆ ต้องเขียนว่าเมื่อวานเพราะเป็นอีกวันหนึ่งแล้ว
ศ.ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จจาริกไปทรงเป็นประธานการแสดงปาฐกถาพระไตรปิฏก
เรื่อง "พระไตรปิฏก และ เทคโนโลยีภูมิปัญญาสากล"
งานจัดขึ้นที่ ห้อง ประชุมใหญ่ อาคาร 1 คณะเกษตรและชีววิทยา มหาวิทยาลัยโตเกียว
กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 13 กันยา 2551 เวลา 11.00 น.
รายละเอียดคร่าวๆ ประมาณด้านบนคะ ห้องประชุมไม่ใหญ่มาก งานก็ไม่ได้เอิกเกริกอะไรเนื่องจากจัดเล็กๆ เรียบง่าย
(ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ห้ามจัดกิจกรรมเผยแพร่ศาสนา แต่ครั้งนี้เรามาในฐานะเผยแพร่วัฒนธรรม ดังนั้นจึงเป็นคนละแบบคะ)
โดยครั้งนี้นอกจาก ฟ้าหญิงองค์เล็ก จะเสด็จฯมาแล้ว เจ้าชายอากิชิโนะ แห่งญี่ปุ่นก็ทรงมาร่วมฟังบรรยายด้วยเช่นกัน (ปล. เจ้าชายอากิชิโนะ คือ เจ้าชายคนรองแต่มีลูกเป็นผู้ชาย)
การบรรยายไม่ยาวนัก แต่การใช้ MAC ทำ Present นี่มันช่างดูดีกว่า PC หลายเท่านัก.....
การบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังออกประมาณ 70-80% ได้กระมัง เพราะคนพูดพูดช้าๆ
เนื่องจากการพัฒนานี้จะต่อเนื่องไปถึงการพัฒนา Digital Archives ในอนาคตได้ ดังนั้น พระไตรปิฏกฉบับนี้อาจเป็นพระไตรปิฏกฉบับเทคโนโลยีเลยก็ได้
แต่ที่เด็ดกว่านั้น สำหรับวันนี้คะ
เราได้ความรู้ใหม่นั่นก็คือ อาจารย์ที่มากล่าว Closing Remarks กล่าวว่า
"แท้จริงแล้ว ประเทศไทยไม่ได้มอบพระไตรปิฏกให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เมื่อร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ รัชกาลที่ 5 ทรงให้โรงพิมพ์หมอบลัดเลย์ในยุคนั้น จัดพิมพ์พระไตรปิฏกจำหน่ายจ่ายแจกไปทั่วโลก และส่งมาที่ญี่ปุ่นถึงสามสิบชุด"
อันนั้นยังไม่เท่าไหร่กับความจริงที่ว่า "และจากการคาดเดาของอาจารย์ว่า เหตุใดพระองค์จึงทรงดำริเช่นนั้นในยุคนั้น"
หากเราย้อนเวลากลับไป ในยุคนั้นมียุโรปมาปิดอ่าวไทยไว้ เอาเรือมาหวังจะยึดน่านน้ำของเรา
เทคโนโลยีการพิมพ์ในสมัยนั้น ถือเป็นสิ่งที่เป็นสมัยใหม่ แทบจะเรียกได้ว่า เหมือน เทคโนโลยี 3.5G เลยก็ว่าได้ (ไม่อยากเขียนว่า 3G เพราะรู้สึกว่าสามจีมันเกร่อกว่าสี่จียังไม่มาเลย)
การที่พระองค์ทรงสั่งพิมพ์พระไตรปิฏก ซึ่งเป็นเอกสารภาษาไทยเป็นเซทนั้น ถือได้ว่า เป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า
"ประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย"
"ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรม"
"ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศาสนา (สาเหตุว่าเหตุใดจึงเป็นพระไตรปิฏก)"
ฟังแล้วซึ้งงงงง...... สุดยอดดดดด...... ไม่เคยคาดคิดถึงแนวพระราชดำรินี้ของพระองค์เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นแค่แนวคิดของอาจารย์แต่สักวันน่าจะมีคนทำวิจัยเรื่องนี้สักคนนะคะ
รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงส่งพระไตรปิฏกเผยแพร่ไปทั่วโลก และในวันนี้ฟ้าหญิงองค์เล็กเสด็จฯ มามอบอีกครั้งแต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยี
เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศเราว่า ประเทศไทยก็มีดีไม่แพ้ต่างชาติเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีเช่นกัน
ประเทศไทยของเรากำลังจะก้าวไปในทางไหน ขึ้นอยู่กับทุกท่าน
ในขณะที่บ้านเมืองร้อน หากใจเราร้อนไปด้วย ไฉนเลยจะเห็นทางออก
ความใจเย็น เป็นหนทางเดียวในการแก้ปัญหาในครั้งนี้.........สู้ต่อไปไทยแลนด์
ปล... อาจจะแอบเห็นเราติดในข่าวพระราชสำนักหน่อยๆ ก็ได้นะคะ (หรืออาจจะไม่ติดเลยก็ได้ ได้ส่งเสด็จฯ แป๊บเดียว)
August 08 เอาภาพมาฝากให้เชื่อว่าอ้วนขึ้นจริงๆJuly 28 สูตรลดน้ำหนักจากทีวีญี่ปุ่นออกอากาศมาตั้งหลายวันแล้ว หลายคนที่อยู่ญี่ปุ่นคงได้ชมกันกับวิธีลดน้ำหนักแนว(ไม่)ค่อยใหม่ นามว่า "บานาน่า ไดเอ็ตโตะ"
ตอนนี้กำลังลองทำอยู่พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกสองท่าน สำเร็จไม่สำเร็จอีกสามอาทิตย์รู้กัน
และเพื่อต้องการให้มีผู้ร่วมทดลองเพิ่มขึ้นจึงขอแวะมาเม้าท์ให้ฟังในที่นี้ด้วยเผื่อทุกท่านจะเอาไปทำกันบ้างนะคะ
บานาน่า ไดเอ็ตโตะ หรือ การไดเอ็ทโดยการกินกล้วย นั่นเอง
แต่เอ๊ะๆๆๆ อ่านแค่นี้อย่าเผลอไปกินกล้วยแหลกทั้งวันทั้งคืนต่างข้าวนะคะ เพราะว่ามันช่วยลดไม่ได้
จากความเชื่อที่เชื่อว่า กล้วย ทำให้เมตาบอลิซึ่มดี
จึงมีคนวางแผนออกมาให้ปฏิบัติง่ายๆ 4 ข้อเท่านั้น (ดาราที่ญี่ปุ่น จาก 90 ลดไป 20 กก. ) แต่ละคนลดต่างกันไปนะคะ.....
1. กินกล้วยแทนอาหารเช้า แค่ 1 - 2 ใบ (ย้ำ ไม่ใช่ หวี) และกินพร้อมกับน้ำด้วยนะคะ (หลายคนบอกว่าท้องเสียแหงมๆ แต่เราก็ไม่เสียนะ ถ่ายสบายคล่อง)
2. อาหารเที่ยง เย็น กินอะไรก็ได้ตามปรกติ (ดารากินไก่ทอดด้วยซ้ำ ไม่รู้ทีวีเวอร์หรือเปล่า) แต่ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด บ้างก็ว่าจิบๆ ได้แต่อย่าเยอะ
3. ออกกำลังกายพอสมควร (ไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสก็ได้ วิ่งในบ้าน วิ่งขึ้นลงบันได พาหมาไปวิ่งรอบหมูบ้าน ฯลฯ )
4. และข้อสุดท้าย ก่อนนอน 4 ชั่วโมงห้ามกินอะไรทั้งสิ้น ชั่งน้ำหนัก และเขียนกราฟทุกวันเพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลง
เอาล่ะ มาผอมกันเถอะ พวกเรา !!!!!!!!!
วันนี้เพิ่งไปเรียนว่ายน้ำมา.... สนุกมาก... เพิ่งรู้ว่าตัวนี้ไม่กลัวน้ำ รู้ว่ากลัวจมน้ำ แต่ว่าเห็นเพื่อนคนอื่นๆ กลัวน้ำ ก็รู้ว่า โอ้ เราก็ยังพอมีหวังจะว่ายน้ำเป็นอยู่บ้างนะเนี่ย....
ขอบพระคุณโตได ที่เปิดคลาสเรียนเฉพาะนิสิตอย่างเรา... (ฮา) ไปเรียนกับเด็กอายอะ..... July 12 เกลียดญี่ปุ่นไหม?หลายคนเข้ามาอ่านบลอคเราแล้วอาจจะเกิดคำถามเดียวกัน
อยู่ญี่ปุ่นมันทุกข์ขนาดนั้นเลยเหรอ เกลียดญี่ปุ่นขนาดนั้นเลยเหรอ
มันเป็นแค่ที่ตัวเราเองไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า????
ก็ลองย้อนกลับคิดดู เกลียดญี่ปุ่นหรือเปล่า ตอบ ไม่ได้เกลียด ยังคิดอยากจะทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ (มีแต่คนด่าว่าไม่เข็ด (ฮา))
เพื่อนญี่ปุ่นชอบไหม ตอบ ชอบสิ เป็นคนดีทีเดียว
แล้วอะไรที่ตอนนี้มันผิดอยู่ มันติดอยู่.... ตกลงตอนนี้มันเป็นอะไร?????
ความผิดหวังในอดีต มันจะตามหลอกหลอนเราไปชั่วชีวิตคงไม่ได้
เราไม่ได้คิดจะกลับไป ไม่ได้คิดเสียใจที่ไม่ได้กลับไป ไม่ได้คิดเสียใจแล้วกับความรู้สึกห่าง และ คำว่า "คนนอก" ชินแล้วด้วยซ้ำ
แต่........ แค่กลัว......กลัวการที่วันนั้นมันจะกลับมาอีกครั้ง
ถ้ามันกลับมาอีก ถึงตอนนั้น คงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง.........
ตอนนี้คิดแล้ว ตัวเอง ไม่เหมาะ กับการเรียนปริญญาโท จริงๆ พูดตรงๆ เกิดมาไม่เคยคิดเลย ว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเรียน คิดมาตลอดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น
การเรียนที่สนุก คงจะสปอยเรามากเกินไป.........
ไม่ต้องคิดเรื่องต่อเอก ตอนนี้เรียนโท ให้จบก่อน.......เป็นเรื่องหลัก
เมื่อวานมีพรีเซ็นต์ มีรุ่นพี่แนะนำว่า ลองกลับไปมองที่ต้นตอของปัญหาแล้วเริ่มจากหนึ่งใหม่กันดูไหม........ หลายคนก็มองเห็นเหมือนกัน
นับหนึ่งใหม่ ไม่เป็นไรหรอก (ซะที่ไหนเล่า
รุ่นพี่บอกว่า การทำวิจัย คือการต่อสู้กับความกลัวอย่างหนึ่ง การต่อสู้กับตัวเอง ด้วยร่างกายและปัญญา
ทำไมตอนอยู่เมืองไทยไม่เห็นเราต้องทุกข์ขนาดนี้น่ะ......... บางทีก็คิด หรือเราเองก็โดนเมืองไทยสปอยมากเกินไป......
จากนี้ไป...... จบโทจากที่นี่ได้ ไปที่ไหนก็คงไม่กลัวแล้ว มันคงไม่มากไปกว่านี้แล้วล่ะเนอะ.....
เรายังไม่รู้จักญี่ปุ่นดี เราทำไมมาญี่ปุ่น.... เฮ้อออออ คำถามพวกนี้ เป็นคำถามโลกแตกที่ตอบไม่ได้....... นั่นสินะ......ทำไม...........
และแล้วเราก็ทำไปจนได้...... สิ่งที่อับอายขายหน้าที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต....... ขออนุญาตไม่เขียนบอกตรงนี้... อายเกินกว่าจะให้โลกรู้... กรุณาเมล์หรือเอ็มมาถามเองนะจ๊ะ
แต่มีอีกอย่าง รู้สึกว่า อยู่ญี่ปุ่น ตัวเองทำบาปง่ายขึ้นเยอะ..... (ฮา)
ขึ้นรถไฟ บางทีเราเองก็ไม่ลุกให้คนสูงอายุนั่ง เพราะตอนนั้นตัวเองก็เหนื่อยแทบไม่ไหวเหมือนกัน
เรื่องทำความดี นี่ ไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มี............ ถ้าการทำความดี คือการไปวัด ทำบุญ ตักบาตรล่ะก็นะ......... สวดมนต์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เรื่องพระเรื่องเจ้า ประเทศนี้ ใครเข้ามาพูดเรื่องนี้ด้วย สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ "วิ่ง"
อยู่ใกล้นานๆ เกิดเค้ายกมีดขึ้นเสียบจะทำอย่างไร
ญี่ปุ่น หนอ ญี่ปุ่น ดินแดนแห่งความฝัน และ ดินแดนแห่งความสุข...........
July 09 ตกลงว่าหน้าร้อนไม่กลับบ้านแล้วนะคะสวัสดีคะ มิตรรักแฟนเพลง พ่อแม่พี่น้องเพื่อนๆ ที่รักทั้งหลาย
ตกลงประกาศอย่างเป็นทางการ "ไม่กลับบ้าน" นะคะทุกท่าน......
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า จะต้องย้ายบ้าน แล้วก็อยากได้บ้านที่ใกล้มหาลัย (จะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเดือนละหลายๆ พัน) ปั่นจักรยานมาได้
ปรากฎว่า ต้องใช้สตางค์มากมายก่ายกอง.......
ใครไม่เคยมาอยู่ญี่ปุ่นอาจไม่ทราบว่า การหาบ้านที่ญี่ปุ่นนั้นยากเย็นเหลือประมาณ
นอกจากจะหาบ้านที่เค้ายอมรับคนต่างชาติ (หัวดำๆ ) อย่างพวกเราได้ยากแล้ว (ว่าเค้าก็ไม่ได้ เพราะว่า เค้ามีภาพลักษณ์ติดตาเกี่ยวกับคนประเทศหนึ่งไปแล้วว่า ชอบทำบ้านสกปรกเลอะเทอะ เราเลยโดนเหมารวมไปด้วย (เราก็อาจจะเลอะเทอะเหมือนกัน (ฮา))
ต่อจากนั้น เวลาจ่ายเงินค่าบ้านมันไม่ได้จ่ายแค่มัดจำ หรือล่วงหน้ามันมี
เรย์คิง (เงินศูนย์ (แปลตามตัว) เราแปลต่ออีกันคือ เงินสูญ) สูญเปล่าจริงๆ เงินขอบคุณเจ้าของบ้านอะ แปลง่ายๆ
ชิคิคิง (เงินประกัน) เรียกภาษาปะกิต ว่า deposit แต่ต่างกันมาก ..... อันนี้เป็นค่าประกัน ที่ส่วนใหญ่ไปแล้วจะไม่กลับมา เพราะหลังจากเราเช่าห้องเสร็จ วันคืนห้อง เค้าจะมาดูห้อง แล้วก็ติๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จากนั้นก็มักจะคืนมาแค่ หนึ่ง ใน สี่
เงินค่านายหน้า ประเทศนี้ จะเช่าบ้าน ต้องมีนายหน้า (ยังกับค้าที่ดิน) ต้องให้เงินขอบคุณนายหน้า
เงินมัดจำค่าห้อง (กว่าจะถึงห้องจริง) เหนื่อยจริงๆ
เงินค่าเฟอร์นิเจอร์ ในห้อง มันคือ ห้อง และ ห้อง และ ห้อง สรุปคือ มันไม่มีอะไร นอกจาก กำแพง ดีหน่อยอาจได้เตาไฟฟ้า แต่ โต๊ะ ตู้ เตียง ตั่ง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตารีด สารพัด จาระไนไม่ถูก อันนั้น ต้องซื้อเอาเองนะจ๊ะ
ค่าขนย้าย ย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ต้องเสียอยู่แล้ว
สรุปว่า
สมมุติว่า บ้านที่ข้าพเจ้าอยากไปอยู่นั้นราคา 75000 เยน (ประมาณ 20000 กว่าบาทต่อเดือน)
ข้าพเจ้าจะต้องจ่ายเงิน อย่างมากที่สุด..... 75000 x 6 =450,000 เยน หรือ เกือบ หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท (โอ ้ววว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก)
แน่นอน ไม่ไปอยู่ไกลอีกหน่อย ราคาประมาณ 60000 เยนล่ะ อยู่ต่างจังหวัด นั่งรถด่วนเข้าโตเกียวทุกวันเป็นไง (แบบเพื่อนใช้เวลาชั่วโมงครึ่งมามหาลัย)
แล้วพอถามว่า ค่ารถเดือนเท่าไหร่ อ้อ เดือนละ 15000 เยน (อ้าว แล้วมันต่างกันตรงไหน)
แล้ว เทคิเคน (ตั๋วเดือน) มันกำหนดระยะทาง (ไม่เหมือนรถไฟฟ้าเมืองไทยนะคะ) แล้วชีวิตนี้จะไม่ไปไหนนอกจากบ้านมหาลัยเลยเรอะ
แล้วกลับบ้านไม่ทัน ทำไง นั่งแท๊กซี่กลับ หมดไป สองหมืนเยน คุ้มไหม.....
สรุปว่า ขอเลือกอยู่บ้านใกล้มหาลัย ปั่นจักรยานมาได้ ใกล้ซุปเปอร์ ก็พอแล้วคะ ชีวิตนี้
แต่ที่พูดทั้งหมด สนนราคามันแพงงงงงงง เหลือใจ........
เฮ้ออ... งานนี้ก็คงต้องรบกวนท่านแม่ตามเคย
July 01 ช่วง Restingสวัสดีคะ ทุกคน
ขอบพระคุณมากมายสำหรับข้อความให้กำลังใจมากมายในบลอคครั้งที่แล้ว
จากครั้งที่แล้วมาครั้งนี้ก็ทำให้วิเคราะห์ตัวเองได้ว่า สาเหตุที่เกิดอาการเหงานั้น คงเกิดทุกวันพฤหัสและศุกร์... (ฮา)
เพราะเป็นวันที่ปรกติปีที่แล้วจะต้องมีคนกินข้าวด้วยทุกคน กลายเป็นวันที่เหงาที่สุด โดยเฉพาะวันศุกร์ ที่ปรกติต้องมีโนมิไก(ของแล็บเก่า) แต่ปีนี้ไม่มี....
"คนเราต้องไม่จมตัวเองกับอดีต แต่ก็จะต้องไม่ลืมสิ่งที่อดีตสอนเราเช่นกัน"
เป็นคำพูดที่ตอนนี้เราเติมให้แทนที่หลายๆ คนอาจจะบอกว่า "คนเราต้องไม่จมตัวเองกับอดีต ลืมได้แล้ว"
วันก่อนนี้ ได้โอกาสที่แสนจะหายากยิ่งนัก.... ได้นั่งคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ร้านกาแฟกลุ่มเล็กๆ และมีแต่ M1 (ปริญญาโทปีหนึ่ง) และ นักศึกษาวิจัย
โอ้มายก๊อด ขอบคุณคุณพระคุณเจ้า รอโอกาสนี้มานานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
มาอยู่แล็บใหม่ เนื่องจากอาจารย์ยุ่งมาก โอกาสคอมมิวนิเคชั่น แสนจะยาก....... โดยเฉพาะ "โนมิวนิเคชั่น" (ดื่มไปด้วยคุยไปด้วย) นี่ไม่เคยได้รับ
เพราะปรกติการ์ดของ TA, RA, ด๊อกเตอร์ จะการ์ดไว้หลายชั้น.... จะคุยเรื่องวิจัยกับอาจารย์แบบชิวๆ ไม่ได้สักที (ปรกติจะได้ปรึกษาก็ตอนนัดพบอย่างเดียว)
ได้โอกาสแล้ว เลยคุยไปเสียเต็มที่ สองชั่วโมงครึ่ง ยังสงสัยอยู่ว่า ข้าพเจ้าถามไปเสียชั่วโมงครึ่งหรือเปล่า.......
อย่างน้อยตอนนี้ก็เห็นอะไรมากขึ้น (ถึงแม้จะยังจับต้องไม่ได้ ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก) แต่กำลังใจก็ดีขึ้นมากแล้ว
วันก่อนคุยกับแม่ หรือว่า นี่จะเป็นเพราะบุญที่แม่ พ่อ พี่ เพื่อน อวยพร ทำบุญ กรวดน้ำมาช่วยเหลือกันนะ
ตอนนี้ รู้สึกชีวิตดีขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อวันเสาร์นี้ไปเข้าเวิร์คชอบ เกี่ยวกับ การเป็นนักข่าวต่างประเทศในญี่ปุ่นมา
สนุกมาก แบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน ได้รู้ว่าการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ มันดีแบบนี้นี่เอง เพราะมันเข้าใจร้อยเปอร์เซ็นต์
และการเรียนในห้องที่มี discussion แต่ไม่ใช่ criticize เป็น Argument ไม่ใช่ silent มันดีอย่างนี้นี่เอง...........
พูดไปก็เท่านั้น..... เอาเถอะ.... ญี่ปุ่นก็มีดีของญี่ปุ่นแหละน่า......... ขอบอกๆๆๆ (ว่าแต่คืออะไรขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจมากๆๆๆๆ คะ
อยากกลับบ้านจัง...........
June 12 ว้นเหงาๆวันศุกร์ที่แล้ว เหงามาก..............................จนถึงขั้นหนักหน่วง (ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว)
ยามไร้คนคุยด้วย โทรไปหาใคร เพื่อนๆ ทุกคนก็พร้อมใจกันติดธุระ.......
เพื่อนสัมมนาก็ไปกินข้าวด้วยไม่ได้ เนื่องจาก มีนัดกับคนในประเทศเดียวกันบ้าง แฟนบ้าง เมื่อวานเมาแล้วบ้าง
การเรียนรู้การอยู่ด้วยตนเอง กินข้าวในร้านอาหารคนเดียว เป็นวิธีการเป็นผู้ใหญ่อย่างหนึ่งสินะ.........
ตอนนี้ความเครียดเริ่มพุ่งอีกแล้ว งานเยอะจริงๆ........
อาทิตย์ที่ผ่านมา ปัญหามากมาย..... แก้กันไม่หวาดไม่ไหว แต่ก็ผ่านไปด้วยดี......
วันนี้นัดจะไปกินข้าวกับเพื่อนติวเตอร์ ฝนเจ้ากรรมตกซะอย่างนั้น ยกเลิกไปเป็นวันพรุ่งนี้
ตอนนี้อยู่ในห้องเรียน รอเรียน.................
เหงาจัง..............
June 01 เบญจเพส - 25 ปี 1 ใน 4 ของชีวิตปีนี้เข้าเบญจเพส เลยขอเลือกหัวข้อวันนี้ คือ "เบญจเพส"
พจนานุกรมเขียนไว้ว่า
แต่คำว่า อาถรรพ์ เบญจเพส ที่เรารู้จักกันนั้น อาจจะเกิดขึ้นได้หลายๆ ช่วง 24 25 26 นั่นคือ ก่อนหรือหลัง 25 ปีก็ได้ วันก่อนคุณแม่โทรมา บอกว่า คุณป้าไปนมัสการหลวงพ่อที่วัดสามง่ามที่กรุงเทพฯ ที่เป็นที่เคารพของที่บ้าน ท่านก็ทักขึ้นมาว่า "กิ๊ฟ เป็นอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้รู้สึกจะมีปัญหาสุขภาพใช่ไหม ช่วงนี้ดาวราหูเข้าเบญจเพส พอดี" โอ้ ...... พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ขนาดไม่ได้ถาม พระท่านถึงขั้นทัก....
ท่านก็บอกว่า รอไปจนกว่าจะถึงวันเกิดแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
โอ้ มายก๊อด อะเกน.... นานขนาดนั้นเลยเหรอคะเนี่ย....
ร้อนถึงคุณแม่ที่ลำปาง ต้องช่วยใส่บาตรพระในวันพุธให้ 12 รูป อย่างน้อยผ่อนหนักให้เป็นเบา
ตอนแรกคิดในใจเองว่า อาถรรพ์เบญจเพส ของเรามันน่าจะ "ปีที่แล้ว" นา.... ยังมีหนักกว่าปีที่แล้วอีกเหรอเนี่ย... จะบอกว่า โรคนี้เป็นผลพวงมาจากปีที่แล้วก็คงไม่ผิด ถ้าสาเหตุของโรคคือ "ความเครียด" แล้วล่ะก็.... ปีที่แล้วเป็นสาเหตุหนึ่งชัวร์
เพื่อนๆ เองก็เช่นกัน.... เจออาถรรพ์เบญจเพสกันไป เป็นอย่างไรบ้างคะ...... เพื่อนหลายคนเจอมรสุมความรักเข้าไป เหนื่อยใช่ไหมเพื่อนๆ สู้ๆ นะ เราก็เจอมรสุมสุขภาพ หลายคนเจอ มรสุมการงาน การเงิน ครอบครัว การเรียน ฯลฯ
ปล.... ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์จากเพื่อนๆ น้องๆ พี่ ๆที่รักทุกท่าน ขออภัยที่ทำให้เป็นห่วง จะไม่พยายามทำงานหนัก และ เครียดมาก.........นะคะ ว่าแล้วก็ไปปั่นพรีเซ็นต์ต่อ.... เหอๆๆๆ
May 16 รายงานกองโตกับร่างกายเปื่อยๆวันนี้อากาศดี จะดีกว่านี้ ถ้าไม่มีรายงานกองโต.....
คืนวันพุธ อยู่ดีๆ อ้วกแต่เช้า ไข้ก็ขึ้น ซ้ำสงสัยตื่นเช้าเกิน หรือไม่ก็เครียดเกินไป หูข้างซ้ายเหมือนมีลมอยู่ในหู ไม่ค่อยได้ยินไปเสียเกือบทั้งวัน ข้างขวาอาการเหมือนกัน แต่ดีกว่าหน่อย
ก็เลยได้โอกาสหยิบยาหยอดหู ของท่านพ่อสุดที่รักขึ้นมาสักนิด.... ปรากฎว่าเป็น "ไข" หรือ "ขี้ผึ้ง" ไปซะแล้ว ยาน้ำของช้านนนนน
ก็เลยจำขวดแก้วไปแช่น้ำร้อนสักพัก ก็กลายเป็นน้ำสีเหลืองใสปิ๊งเหมือนเดิม
ยาของพ่อ ยังชะงักเหมือนเดิม แต่ปรากฏว่า ไข้ขึ้นซะงั้น..... ตื่นมาเกือบสิบโมง (โชคดีวันพฤหัสเป็นวันเดียวที่ไม่มีเรียนเช้า)
หูที่ปวด เหมือนมีลมออกมาตลอดเวลา เริ่มหายแล้ว แต่ว่าไข้สิ ..... เลยนอนต่อถึงบ่ายสองไปเลย
ตื่นมา ลากสังขารไปเรียน (เรียนหกโมงครึ่ง)
แต่ก็รู้สึกสดใสขึ้นเยอะ เพราะได้หลับ...... กลับมาปั่นรายงานกองโต
ตอนนี้ก็ยังนั่งปั่นอยู่ในห้องคอมมอนส์......
สู้ต่อไป จีบัน
ปล... คิดว่าไม่เกี่ยวกับที่กิน "รา" เข้าไปนะจ๊ะ
May 12 วันนั้นที่ฉันกินรา.....โอ้มายก๊อดดด.......
ขอเล่าประสบการณ์สยึมกึ๋ย ที่ไม่ควรแม้แต่คิดจะลองทำตาม หรือจินตนาการตาม.....
วันนี้ระหว่างไปลงโปรแกรมให้ในห้องพี่สยาม พี่เค้าก็ถามว่าจะกินน้ำไหมจ๊ะ
พอดีกำลังคอแห้งก็เลยตอบไปว่า "ทานคะพี่"
จากนั้นก็ได้ "น้ำชา" ซึ่งรินออกมาจากขวด เป็นชารุ่นที่ออกสีแดงๆ นิด.....
เทออกมาได้แก้วบิ๊กคึัพ หมดขวดพอดี
ด้วยความหิวน้ำก็สด เอื๊อก ๆๆๆๆ ลงโปรแกรมไป ทำไป.... ดื่มไป
โปรแกรมมีปัญหาซะด้วย ไม่ทันสังเกต
ดื่มจนมาจะหมดแก้ว
รู้สึกเหมือนกับมันมีอะไรมาสัมผัสลิ้น........... โอ้ น้ำชานี้ มีใส่คอลลาเจนซะด้วย นุ่มๆ หนืดๆ
กลืนลงคอไปเอือกใหญ่
ก่อนจะก้มลงมา
แล้วแทบกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
พี่ขา....................... นี่อะไรคะ!!!!!! มันขาวๆ ลอยเป็นเหมือนแมงกะพรุนอยู่ในน้ำ
โอ้มายก็อดดดดด ขออย่าให้เป็นอย่างที่กรูคิดเลยยยยยยยยยยยย
แล้วกับพี่สยามก็กรี๊ดกร๊าดดด โทรเรียนพี่เจ น้องต้อม มาดูกันใหญ่
งานนี้น้องต้อมเภสัชของเราฟันธง
"รา" แน่นอนครับพี่ ลอยฟ่องขนาดนี้ กล้ากินได้ไงเนี่ย
พี่สยามกินไปตลอดเที่ยง ไม่รู้สึก แต่ตรูกินก้นขวดไปเกือบหมดขวดเนี่ย...........
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก โอ๊กกกกก
สัมผัสมันยังอยู่ในปากเลยง่า
จะตายไหม.......
น้องต้อมบอกว่าให้ทานยาคูลท์ตามเข้าไป มันจะไปฆ่ากัน
เอ้า..... ลองสักตั้ง..... แง้
จะไม่ตายเพราะเรียนแต่ตายเพราะ "รา" เนี่ยแหละ... กระซิกๆๆๆๆ November 27 กลับบ้านเรา รักรออยู่ประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ (เท่าไหร่ก็ไม่รู้) เหอๆๆ
ปลายปีนี้จะกลับบ้านนะคะพ่อแม่พี่น้องเพื่อนผองทุกท่าน เรียนมาเพื่อทราบ
เนื่องจากค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงหูฉีก เพราะกลับคืนวันคริสต์มาสอีฟ และ กลับมาหลังช่วงปีใหม่ (วันที่ 9 มกรา)
ดังนั้นจะกลับบ่อยๆ คงไม่ได้ เง้อ..... กรุณาทำตัวให้ว่างด้วยนะคะเพื่อนฝูง ไปกินข้าว ไปเม้าท์เคล้าน้ำตา เอ้ยยย เม้าท์กันให้สนุกนะทุกท่าน.....
เราคาดว่า คงกลับลำปางช่วงหยุดปีใหม่ นั่นหมายถึง เราน่าจะอยู่กทม. ช่วง 24-27 และ ช่วง 5-9 มกรา หรือเปล่านา.... (ไว้จะคอนเฟิร์มอีกทีหนึ่งน่อ)
สำหรับช่วง 28-4 มกรา นั้นเพื่อนชาวลำปางเจ้า..... เตรียมตัวรอรับด้วยเน้อ.... จะปิ๊กบ้านเฮาแล้ว....
ตอนนี้เหนื่อยมากๆๆๆๆๆ....... เตรียมสอบวัดระดับอยู่ยังไม่ถึงไหนเลย.... เฮ้ออ......
เฉพาะอาทิตย์นี้ ไม่ต้องพูดถึงอาทิตย์ถัดไป.... เหนื่อยยยยยยยยยยยยย
September 10 ไม่จมอยู่กับอดีตขอบคุณ แป๊ป จ๊อย พี่ปอง และ ปุ๋ม มาก
เรารู้นะว่า คนเราไม่ควร จมอยู่กับอดีต พยายามต่อไปเพื่ออนาคต
ตอนนี้เราไม่จมอยู่กับอดีต แต่ว่า อนาคตที่กำลังพยายามเดินต่อมันเหนื่อยเหลือเกิน
กำลังพยายามเพิ่มแรงขับให้กับหัวใจ......
วันนี้คุยกับโปรเฟสเซอร์(คนเดิม) ทางอีเมลล์ อาจารย์ท่านบอกว่า อยากให้ย้ายไปตั้งแต่เดือนตุลา (คือ ย้ายสถานภาพเลยอ่านะ) รู้นะว่าย้ายตอนนี้กับตอนเดือนเมษามันก็ย้ายเหมือนกัน...แต่พอดีเพราะเมื่อวานคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่ง(เคยโดนย้ายเหมือนกัน) เค้าบอกว่า กรณีเค้า ย้ายสภาพเดือนเมษา แต่ก็เข้าแล็บใหม่และเก่าไปพร้อมๆ กัน (ตอนแรกคิดว่าจะเหมือนกันไง)
เลยลองถามอาจารย์ท่านเดิมดูว่า ตกลงยังไงเหรอคะ อาจารย์เค้าบอกว่ากรณีเรามันต่างกันกับของรุ่นพี่ (เพราะของรุ่นพี่ เป็นแบบเลือกอันดับหนึ่งและสอง แล้วสลับกันเฉยๆ แต่ของเราคือไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่เลือกท่านไป และอาจารย์ออกจะคนละแนวกันทีเดียว )
ถ้าไม่คุยกับโปรเฟสเซอร์ใหม่คงไม่รู้... อาจารย์ท่านไปไต้หวันพอดี กลับวันที่สิบสี่นู่น (อาจารย์เก่าบอก) คงต้องรอต่อไปอีกนิด.....
เหนื่อยจังงงง
เป็นไข้ทับ....อีกต่างหาก หมดแรงงงง.... ไอโคกๆ..... September 05 สอบผ่านแล้วจ้าเพื่อนๆ คะ ชีวิตคนเรา.... ปาฏิหาริย์ ได้เกิดขึ้นแล้ววววว
ขอโทษด้วยที่อัพเดทช้า ออกไปคุยกับติวเตอร์มา
ขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ คุณพี่ คุณน้อง อาจารย์ ญาติที่รักทุกท่าน
พี่ๆ ทุกคนทั้งที่ญี่ปุ่น ไทยแลนด์ และที่อื่นๆ ในโลก
เพื่อนๆ ทุกคนทั้งที่ญี่ปุ่น ไทย และสารพัดที่ในโลก (สารพัดจริงๆ )
ขอบคุณจริงๆ จากใจคะ
สุดท้าย ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกท่าน.....ไว้ในวาระโอกาสนี้ด้วย
สาธุ....
August 05 ยินดีด้วยกับร้านใหม่ของบ้านและ HBD เรียงนามหลายท่านคงจะทราบแล้วว่า ท่านแม่ท่านพ่อ และ คุณพี่ชาย สุดแสนน่ารักของเรา (งึมๆๆ...) เปิดร้านสาขาใหม่ที่ลำปางน่อ....เข้าไปชมรูปมาแล้วคะ
ขออภัยด้วยที่ช่วงก่อนไม่ได้เขียนไม่ได้ตอบอะไรเลย เพราะมันหมดแรงจริงๆ ตอนนี้ชีวิตก็อ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเดียวเท่านั้น
เปอร์เซ็นต์ผ่านน้อย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี เอ้า...... คนเรามันต้องสู้ให้สุดแรง ไม่ได้จริงๆ ค่อยว่ากันใหม่
ขอบพระคุณพี่ปิงปองพี่สาวคนสวยที่ส่งของมาให้ (ยังไม่ถึง) แต่ขอบคุณก่อนนะคะ.... รักนะ.....
Happy Birthday ล่วงหน้า สำหรับเพื่อนรักทั้งสามคน เพราะอาจจะไม่ได้ออนไลน์อีก ต้องเผื่อไว้ก่อน ของขวัญไว้อันเดียวกับของฝากเลยละกันนะตัวเอง.... (ดูคนเรา)
5 สิงหา ปุ๊กปิ๊ก คุณหมอเพื่อนรัก
10 สิงหา อ๋อมแอ๋ม คุณหมอฟันเพื่อนเกลอ
17 สิงหา แอมป์ PR สาวเจ้าเสน่ห์เพื่อนคู่คิด
นี่เราไม่ตกไม่หล่นใครไปใช่ไหมเนี่ย เริ่มแก่ สมองเริ่มเหี่ยวแล้วกระมังเรา....
ต่อด้วย 22 สิงหาที่จะมาถึงนี้ พี่ปิงปอง พี่สาวคนงาม.... แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะคะ ของขวัญถ้าไม่ทันเวลา จะส่งหลังสอบน่อ
And for the upcoming 5th Mo Wan IL (Korean) , 6th Erwin E.Brunio (Fillipino) 14th Nawawi (Indonesian)
Happy Birthday Dear all of you (My sister, All Thai friends and @Japan friends)
I wish you all happy and healthy and wealthy ,
Thanx for being you and all your great moral support when I got stuck with my life!
Happy Every Time....
お誕生日おめでとうございます。いつも幸せになるように、お祈りしております。
ギフト
July 19 หยิบโอกาสครั้งสุดท้าย หรือ หยิบความเสียใจให้ตัวเองขอบคุณทุกคอมเม้นต์ จ๊อย แป๊ป ครูม้า พี่ปอง พี่โอ พี่มี่และพ่อแม่.... ที่โทรและส่งเมล์มาหา..
เรื่องที่จะพูดต่อไปนี้คือ
เราจะหยิบโอกาสครั้งสุดท้าย .....
เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นการหยิบความเสียใจครั้งใหญ่ให้กับตัวเองหรือเปล่า
แต่ติวเตอร์ที่รักยิ่งเค้าช่วยเราขนาดนี้ เรายอมเลือกหยิบโอกาสครั้งสุดท้าย
แม้ว่ามันจะทำให้เราผิดหวังเจียนตายก็ตาม....
เสี่ยงครั้งสุดท้าย ก่อนวันศุกร์นี้ ไม่นอน ตายเป็นตาย...
หัวข้อใหม่จะคลอดทันเวลาไหม ....
ขอโทษนะคะ พี่โอ และ พี่มี่ ไม่ใช่ว่าเตือนแล้วไม่ฟังนะคะ ไว้คุยกันค่อยฟังรายละเอียดละกันนะ July 16 ตกลงว่าไม่ไปแล้วจ้าโอซาก้าขอบคุณคุณแม่มากที่มากล่าวคำอวยพรที่เล่นเอาลูกสาวน้ำตาซึมไป...ขอโทษด้วยจริงๆ คะที่ทำให้เป็นห่วง....
บอกตามตรง.... ไม่ลบหลู่ประเทศนี้หรอกคะ ประเทศญี่ปุ่นแสนดี.... แต่ว่าเรื่องเรียน....มันไม่ใช่สไตล์ของลูกเท่านั้นเอง.... อยู่กันคนละโลกเลยทีเดียว...จะใช้เวลานานแค่ไหนในการปรับตัวนั้น ไม่รู้เหมือนกัน
เรื่องโอซาก้าวันนี้ตกลงคุยกับโคฯ แล้ว เดี๋ยวก็จะไปรีฟันตั๋วคืน
ตามที่คุยกับแม่วันนั้น... ตกลงตัดสินใจแล้วว่า ไม่ไป โอซาก้าจ๊ะ
จะอยู่งานประชุมที่นี่แหละ (เสาร์หน้า ภาษาญี่ปุ่นล้วน จะฟังเข้าใจไหมหนอเรา)
อาทิตย์นี้เข้าประชุมนานาชาติมาสองวันติดกัน ฟังภาษาอังกฤษอย่างมีความสุข... (คนละงานกับของอาจารย์นะคะ เสียสี่พันเยน ต้องฟังให้คุ้มหน่อย นานๆ จะได้เม้าท์ภาษาอังกฤษที แสนเป็นสุขใจ)
เราก็ช่วยติวเตอร์เต็มที่ เพราะว่าตอนกับเราเค้าก็ดีกับเราเหลือเกิน อย่างวันนี้ก็อยู่กับเราจนถึงตีหนึ่ง (รถไฟเที่ยวสุดท้ายพอดี)
ทำได้แค่นั้นก็แค่นั้นแหละคะ...
ปล... เจ๊จ๋า ช่วยส่งจดหมายครูม้าแบบด่วนที่สุดได้ไหมมมม ถ้าเป็นไปได้ถึงวันพุธ หรือ พฤหัสเช้าได้ยิ่งดี... ขอบคุณงามๆ July 13 แก้แล้วแก้เล่าเฝ้าแต่แก้....ไม่เป็นไร ตราบใดยังมีแรงจะทำต่อไป ประเทศไทย ไชโย....
แก้ จดหมายแนะนำตัว รอบที่เก้า
และ แก้โครงร่างวิจัย รอบที่สิบห้า (หรือเปล่านะ)
ยังคงขอบคุณจ๊อยและพี่ปองอย่างต่อเนื่องสำหรับกำลังใจที่ส่งมา
และขอแสดงความยินดีกับหลานรหัสสุดที่รัก หลานวาว ด้วยที่ได้เข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรไปเมื่อวานนี้
โทรไปคุยกับน้องมา แสนคิดถึง....งานก็สู้ๆ เค้านะจ๊ะ น้องรัก....
จิตอย่าตก ร้องไห้ไปทำไปก็ได้ แต่อย่ายอมแพ้... เอ้าสู้ |
|
|